www.Stats.in.th Domains: 2010

วันศุกร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2553

คำแนะนำ ในการเลือกชื่อโดเมนเนม (Domain)

ชื่อโดเมนเป็นสิ่งที่สื่อได้ถึงบริษัทของคุณ หรือเว็บของคุณ หากชื่อดีจำง่ายแล้วผู้เข้าชมคงจะแวะเข้ามาบ่อยๆ แต่หากเนื้อหาดี แต่ชื่อจำยากหรือสะกดยากแล้วคงยากที่จะกลับมา
กฏในการตั้งชื่อโดเมนเนม ...

1. ต้องมีความยาว 2 - 46 ตัวอักษร
2. ต้องไม่มีสัญลักษณ์พิเศษเช่น @!#$%^&*()_+= ต่างๆ
3. สามารถมี - ( Dash ) ขั้นได้ แต่ห้ามอยู่หน้าเช่น -yourdomain ไม่สามารถจดได้ ที่จดได้คือ yourdomain-x.com แต่ไม่สามารถจดแบบ thaiton-.com ได้
การตั้งชื่อโดเมนที่ดีควรจะ ....
1. สื่อง่ายว่าเป็นเว็บคุณ เช่นบริษัทไมโครซอรฟ์ ก็ microsoft.com
2. ไม่ควรที่จะใช้ภาษาคาราโอเกะ เช่น matummai.com หากผู้ชมสะกดไม่ตรงแล้วก็ไม่สามารถเข้าชมได้
3. ไม่ตั้งให้ยาวเกินความจำเป็น
4. สั้นไว้ก่อนปัจจุบันโดเมนประเภท 2-3 ตัวของ .com ขายหมดแล้วซึ่งคาดว่า .net จะหมดเร็วๆ นี้ คุณลองคิดชื่อเล่น 3 ตัว เช่น 0ad os8 3sa 4dc คุณคิดว่าชื่อพวกนี้สื่ออะไรไม่ได้ แต่ทำไมมีคนจดหล่ะ แถมซื้อขายกันราคาหลักหมื่นขึ้นไป เพราะมันจำง่ายแค่ 3 ตัว อาจจะเรียกเป็น โอเอดี 0ad ก็ได้ ซึ่งก็ยังจำง่าย
5. อย่าพยายามตั้งเป็น ตัวเลขต่อหลัง เช่น test.com เป็น test1.com test3.com
.dot ไหนเหมาะกับเรา ?
.com - commerical
.net - network
.org - organization
.info - information
.name - name
.biz - business
.co.th - company in thailand
.in.th - induval in thailand
.or.th - organization in thailand


ซึ่งอาจจะไม่ต้องตรงตาม .dot หรือ extension นั้นๆ ก็ได้ บางคนยังบอกว่า .com กลายเป็น common ( ทั่วไป ) ไปซะแล้ว ขอแค่เข้าง่าย จำง่าย ไม่ซ้ำใครก็โอเคแล้ว .com ไม่ว่างสำหรับชื่อดีๆ ก็ไปเลือก .dot อื่นก็ได้ ทั้งนี้ .com .net .org .info ฯลฯ ไม่ต้องใช้เอกสารใดๆ สามารถจดได้เลย ซึ่งง่ายและสะดวก แต่สำหรับ .th ต้องมีเอกสารและชื่อที่จดต้องสื่อถึงบริษัทด้วย ซึ่งก็ดีสำหรับ .th ถ้า .com ไม่ว่าง

ที่มา http://rayongweb.net/artical_04.html

เลือกโดเมนอย่างไรถึงจะไม่ผิดกฎหมาย

การเลือกชื่อโดเมนเนมนั้นมีเงื่อนแง่ทางกฎหมายที่ต้องพึงระวังเช่นกันครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโดเมนเนมของเว็บไซต์ที่ใช้ในการ ประกอบธุรกิจการค้า ข้อพึงระวังประการแรกก็คือ โดเมนเนมที่เราจะไปจดทะเบียบจะไปซ้ำกับเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นครับ ท่านผู้อ่านบางท่านอาจจะสงสัยว่าเครื่องหมายการค้ามันเป็นรูปภาพไม่ใช่หรือ ส่วนโดเมนเนมนั้นก็เป็นชื่อซึ่งเป็นข้อความจะไปซ้ำ กันได้อย่างไร จริง ๆ แล้วเครื่องหมายการค้า มันมีทั้งส่วนที่เป็นข้อความกับส่วนที่เป็นรูปภาพประกอบกันครับ ลองสังเกตเครื่องหมายการค้าของสินค้าใกล้ ๆ ตัวท่านสิครับ ที่เขามีข้อความด้วยก็เพื่อให้ติดหูติดตาผู้บริโภคและง่ายต่อการจดจำ ถ้ามีผู้ใดไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเอาไว้กับกรมทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว ท่านนำข้อความในเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นไปจด ทะเบียนเป็นโดเมนเนมของท่าน ท่านก็อาจมีความผิดฐานปลอมหรือเลียนเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นได้นะครับ โดยถ้าเป็นลักษณะที่เหมือนกันทุกตัวอักษรก็เป็นการ ปลอมครับ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ถ้าไม่เหมือนกันทุกตัวอักษรแต่ดูแล้วเป็นการลอกเลียนก็ ถือเป็นการ “เลียน” ซึ่งมีโทษเบากว่าครับคือจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ


ถ้าเป็นกรณีเครื่องหมายการค้าที่มิได้จดทะเบียนของผู้อื่น ก็ไม่ใช่ว่าท่านจะนำไปจดทะเบียนเป็นโดเมนเนมของท่านได้โดยไม่มีความ เสี่ยงต่อความรับผิดตามกฎหมายนะครับ ถ้า โดเมนเนมที่ท่านจะไปจดนั้นท่านจะนำไปใช้กับเว็บไซต์เพื่อประกอบการค้าหรือ การพาณิชย์ การที่ท่านใช้ชื่อที่ไปซ้ำกับเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นแม้จะมิได้จด ทะเบียนแต่ก็อาจเข้าข่ายของการ “ลวงขาย”ซึ่งมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาเช่นกันครับ เพราะอาจทำให้ผู้ที่เข้าชมเว็บไซต์ของท่านเข้าใจว่า สินค้าที่ท่านขายบนเว็บไซต์เป็นสินค้าที่ผลิดหรือจำหน่ายโดยเจ้าของเครื่อง หมายการค้าที่มิได้จดทะเบียนนั้น ซึ่งความผิดนี้ก็มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับครับ
นอกจากจะต้องระวังไม่ให้โดเมนเนมไปซ้ำกับเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่น แล้วยังต้องระมัดระวังไม่ใช้ไปซ้ำกับ “ชื่อ” ของบุคคลอื่นด้วยครับ โดย “ชื่อ” ที่กฎหมายเขาคุ้มครองนั้น ถ้าเป็นบุคคลธรรมดาเขาก็หมายถึง “นามสกุล” ครับ ส่วนถ้าเป็นนิติบุคคลก็หมายถึง ชื่อบริษัท ห้างร้าน ต่าง ๆ ที่มีการจดทะเบียนเอาไว้ หากโดเมนเนมของท่านไปซ้ำกับนามสกุลของบุคคลธรรมดาคนใดคนหนึ่งเข้า หรือไปซ้ำกับชือบริษัทห้างร้านเจ้าของนามสกุลหรือบริษัทซึ่งเป็นเจ้าของชื่อ ก็มีสิทธิที่จะห้ามไม่ให้ท่านใช้โดเมนเนมนั้นได้ครับ ถ้าท่านไม่เชื่ออีก เจ้าของนามสกุลหรือบริษัทเจ้าของชื่อก็สามารถฟ้องศาลเพื่อ ให้มีคำสั่งห้ามมิให้ท่านใช้โดเมนเนมดังกล่าวได้ รวมถึงถ้ามีความเสียหายใด ๆ เกิดขึ้นกับเจ้าของนามสกุลหรือบริษัทเจ้าของชื่อจากการใช้โดเมนเนมดังกล่าว เจ้าของนามสกุลหรือชื่อก็สามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้ครับ
ก็คงพอหอมปากหอมคอแล้วนะครับ สำหรับข้อควรระวังทางกฎหมายในการเลือกโดเมนเนม ก่อนจะเลือกก็ควรจะตรวจสอบให้ดี ก่อนนะครับ ถ้าจะตรวจสอบเครื่องหมายการค้าก็ตรวจสอบได้ที่ กรมทรัพย์สินทางปัญญาครับส่วนชื่อบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนต่าง ๆ ก็ต้องตรวจสอบที่สำนักทะเบียนธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ครับ สำหรับการตรวจสอบนามสกุลนั้น ฐานข้อมูลของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยคงช่วยท่านได้ครับ
ที่เขียนมาทั้งหมดนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้กระบวนการในการเลือกดดเมน เนมมันยุ่งยากอะไรหรอกนะครับ เพราะถ้าท่านเลือกโดเมนเนมโดยสุจริต เพราะไม่รู้จริงๆว่าจะไปซ้ำกับเครื่องหมายการค้าหรือชื่อของบุคคลอื่น มันก็ไม่มีความผิดตามกฎหมายหรอกครับ เพราะถือว่าท่านไม่มีเจตนา เพียงแต่ท่านไม่อาจใช้โดเมนเนมนั้นได้อีกเท่านั้นครับ แต่การตรวจสอบไว้เบื้องต้นก่อนเท่าที่จะทำได้คงเป็นวิธีการที่ดีที่สุด เพราะกันไว้ย่อมดีกว่าแก้ใช่ไหมครับ


ที่มา: Lawyerthai.com

โดเมนที่ใช้ในประเทศต่าง ๆ

โดเมนที่ใช้ในประเทศต่าง ๆ (Country Code Top Level Domains: ccTLDs) ใช้อักษรหลายตัวมาก ตามแต่ชื่อย่อของแต่ละประเทศทั่วโลก ยกตัวอย่างได้ดังนี้.

.ac - Ascension Island

.ae - United Arab Emirates

.af - Afghanistan

.an - Netherlands Antilles.ao - Angola

.bn - Brunei Darussalam .br - Brazil

.bt - Bhutan.ch - Switzerland

.uk - United Kingdom

.us - United States

.th - Thailand

การจดทะเบียนโดเมน

การจดทะเบียนโดเมนภายในประเทศ
จะได้นามสกุล โดเมน เป็น .co.th, .or.th, .ac.th, in.th เช่นนามสกุล ".CO.TH" มีคนจดมากกว่าชนิดอื่นๆ เป็นเว็บไซต์ของบริษัท ห้างร้านโดยทั่วไป การจดทะเบียนชื่อโดเมน ต้องเป็นชื่อเดียวกับชื่อบริษัท หรือชื่อย่อของชื่อบริษัท ซึ่งจดทะเบียนไว้กับกระทรวงพาณิชย์ ดังนั้นการจดทะเบียนจึงต้องใช้สำเนาใบทะเบียนการค้า หรือสำเนาใบรับรอง หรือสำเนาใบ ภ.พ. 20 เป็นหลักฐาน
นามสกุล .OR.TH ใช้ทำเว็บไซต์ของส่วนราชการ และชื่อโดเมนต้องเป็นชื่อขององกร หรือตัวย่อของชื่อองค์กรนั้นๆ ต้องใช้สำเนาเอกสารทางราชการเป็นหลักฐานการจดทะเบียน
นามสกุล .AC.TH เป็นเว็บไซต์ืของสถานศุกษาต่างๆ ชื่อของโดเมนที่จดทะเบียนต้องเป็นชื่อของสถานศึกษานั้นๆ หรือชื่อย่อของชื่อสถานศึกษา ใช้สำเนาเอกสารการขออนุญาตก่อตั้งสถานศึกษาเป็นหลักฐาน
นามสกุล .IN.TH เป็นเว็บไซต์ของบุคคลธรรมดาโดยทั่วไป ชื่อโดเมนจะใช้ชื่ออะไรก็ได้ ใช้สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาใบขับขี่เป็นหลักฐานการจดทะเบียน
นามสกุล .GO.TH เป็นเว็บไซต์ของส่วนราชการของประเทศไทย โดยปกติจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่
นามสกุล NET.TH เป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับบริษัทที่เกียวกับระบบ Network หรือ ISP (ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต) ในประเทศไทย
การจดทะเบียน โดเมน ในประเทศ มีกฏระเบียบมาก ต้องจดทะเบียน โดเมน แบ่งประเภทตามที่เขาแบ่งไว้ จึงจดทะเบียน โดเมน ได้ยากกว่าการจดทะเบียน โดเมน ต่างประเทศ ปัจจุบันการจดทะเบียน โดเมน ภายในประเทศ ยังถือว่ามีน้อยมาก เนื่องจากการจดทะเบียน โดเมน มีข้อยุ่งยากดังที่กล่าวข้างต้น และมูลค่าของเว็บไซต์มักจะถูกมองว่ามีค่าน้อยกว่าการจดเบียน โดเมน ที่มีนามสกุลเป็น".COM" กับศูนย์จดทะเบียน โดเมน ต่างประเทศ ทั้งๆ ที่มีความสามารถเหมือนกัน


การจดทะเบียนโดเมนต่างประเทศ
จะได้ โดเมน มีนามสกุลเป็น .COM .NET .ORG
นามสกุล .COM ใช้ทำเว็บไซต์ของบริษัท ห้างร้านโดยทั่วไป รวมทั้งเว็บไซต์ส่วนตัว และมีบางครั้งนำไปใช้ทำเว็บไซต์ (web site) ประเภทอื่นๆ ด้วย
นามสกุล .NET ใช้ทำเว็บไซต์เกี่ยวกับระบบเน็ตเวิร์ค (network) ของคอมพิวเตอร์ หรือเว็บไซต์บริการอินเตอร์เน็ต แต่บางครั้งก็นำไปใช้ด้านอื่นด้วย
นามสกุล .ORG ใช้ทำเว็บไซต์ของส่วนราชการ บางครั้งก็มีการจดทะเบียนนำไปใช้กับเว็บไซต์ประเภทอื่นด้วย
ปัจจุบันได้เกิด โดเมน ชนิดอื่นขึ้นอีกมากมาย เนื่องจากว่ามีการพยายามแบ่งประเภทเว็บไซต์ออกไป และขณะเดียวกันชื่อ โดเมน ก็เหลือน้อยลง ดังมีรายละเอียดดังนี้
cc เป็น โดเมน ที่คาดว่าน่าจะมีความนิยมทัดเทียมกับ .com ในเวลาอันใกล้นี้เนื่องจาก .com แทบจะไม่มีชื่อดีๆ เหลืออยู่แล้ว การนำไปใช้งานสามารถนำไปใช้กับเว็บไซต์ธุรกิจโดยทั่วไปได้
.biz สำหรับเว็บไซต์ธุรกิจโดยทั่วไป เป็น โดเมน น้องใหม่ พึงเกิดขึ้นจากการรวมกลุ่มธุรกิจที่เป็น ธุรกิจจริงๆ ซึ่งก็ได้รับความสนใจและเป็นที่รู้จักค่อนข้างเร็ว
.info ใช้สำหรับเว็บไซต์ที่ให้รายละเอียดเกียวกับข้อมูลต่างๆ เช่น ข้อมูลของประเทศต่างๆ เป็นต้น
.ws เป็นชนิดของชื่อเว็บไซต์หนึ่งที่พยามยามสร้างขึ้นมาเพื่อแข่งขันกับ .cc การนำไปใช้งานสามารถนำไปใช้ได้กับทุประเภทเว็บไซต์
.tv เป็นเว็บไซต์ของสื่อโฆษณาต่างๆ โดยเฉพาะสื่อทางด้านภาพและเสียง ปัจจุบันค่อนข้างได้รับความนิยมจากเว็บไซต์ประเภทสื่อพอสมควร
การจดทะเบียนโดเมนต่างประเทศนั้นมักไม่มีระเบียบบังคับมาก ดังนั้นจึงมีการจดทะเบียนโดเมนนามสกุลชนิดต่างๆ ไปใช้ไม่ค่อยถูกต้องตามวัตถุประสงค์ ที่เขาได้ตั้งกันไว้ โดยส่วนใหญ่มักนิยมจดทะเบียนเป็นนามสกุล .COM เสียมากกว่า ซึ่งปัจจุบันชื่อดีๆ แทบจะไม่มีเหลือแล้ว และขายต่อกันเป็นเงินหลายหมื่นดอลล่าเลยทีเดียว
การจดทะเบียนโดเมนนามสกุล .COM เป็นที่นิยมมาก ชื่อโดเมนดีๆ สามารถนำไปขายได้ มีเว็บไซต์ต่างประเทศหลายๆ เว็บไซต์ได้เปิดบริการขายและประมูลชื่อโดเมนกัน สำหรับนักธุรกิจในบ้านเราส่วนใหญ่ก็มักจะจดทะเบียนเป็น .COM เช่นกัน เนื่องจากเป็นที่รู้จักมากกว่าสำหรับชาวต่างชาติ
แม้ว่าปัจจุบันจะมโดเมนถูกนำเสนอออกมาหลายประเภท หลายชนิดก็ตาม แต่ .com .net และ .org ก็ยังถือว่าเป็นโดเมนมาตราฐานสากล ที่ได้รับความนิยมและยอมรับกันอย่างกว้างขวางทั่วโลก

ประเภทของโดเมน

1.รูปแบบโดเมนขั้นสูงสุด (Top Level Domains) เป็นรูปแบบของชื่อโดเมนลำดับแรก อาทิเช่น .com . net .th เป็นต้น และรูปแบบโดเมนขั้นสูงสุดนี้ ยังสามารถแบ่งออกได้อีกเป็นสองรูปแบบ คือ รูปแบบที่ 1 จะเป็นรูปแบบโดเมนขั้นสูงสุดแบบสากล เรียกว่า (General Internet DNS Top Level Domains: gTLDs) และรูปแบบที่สองเป็นรูปแบบโดเมนขั้นสูงสุดที่ดูแลโดย แต่ละประเทศ (Country Code Top Level Domains: ccTLDs)


2.รูปแบบโดเมนลำดับที่สอง (Second Level Domain) เป็นรูปแบบของชื่อโดเมนที่ต่อจากรูปแบบโดเมนลำดับที่หนึ่ง (Top Level Domain) ซึ่งรูปแบบในลักษณะที่สองนี้ หมายถึงชื่อของโดเมนในโดเมนในลักษณะสากล gTLDs หรือประเภทของโดเมนในโดเมนแต่ละประเทศ ccTLDs ก็ได้ เช่น .com.au


3.รูปแบบโดเมนลำดับอื่นๆ (Third Level Domains,Forth Level Domain....) หมายถึง รูปแบบโดเมน ลำดับขั้นที่ 3, ขั้น 4 ต่อไป ซึ่งเจ้าของโดเมนประเภทนั้นๆ สามารถที่จะสร้างชื่อโดเมนลำดับที่สาม ลำดับที่สี่ ย่อยลงไปได้อีก

โดเมน คือ

Domain Name คือชื่อที่ใช้ในการอ้างอิงเพื่อไปยัง Website ต่างๆ ที่อยู่บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตชื่อที่ใช้ต้องเป็นชื่อที่ไม่มีใครในโลกใช้เพราะถ้ามีคนใช้ชื่อใดแล้วเราจะไปจดชื่อซ้ำไม่ได้ ชื่อ Domain Name จะเป็นตัวอักษรพิมพ์ใหญ่หรือพิมพ์เล็ก ไม่แตกต่างกันเพราะ ระบบอินเตอร์เน็ตจะรับรู้ตัวอักษรเป็นตัวเล็กทั้งหมด เช่น ITTradefair.com และ ittradefair.com ถือว่าเป็นชื่อเดียวกัน ส่วนประกอบใหญ่ๆ สามส่วนคือ ชื่อเครื่อง. เช่น DomainAtCost.com ,ThaiCompany.net ฯลฯ ในปัจจุบันได้มีการจดชื่อโดเมนถึงกว่า 30 ล้านชื่อทั่วโลกและ ชื่อโดเมนก็มักจะถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายการค้าของ Website ต่างๆ ด้วยโดยชื่อโดเมนจะประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนของชื่อ ซึ่งอาจเป็นชื่อของบุคคล นิติบุคคล องค์กร เครื่องหมายการค้า หรืออื่นๆ ที่ต้องการจะสื่อให้เป็นตัวแทนของ Website นั้นๆ เช่น DomainAtCost, ThaiCompany ฯลฯ ลักษณะการประกอบการของ Website นั้นๆ เช่น .com, .net ฯลฯ (คล้ายๆ กับคำแสดงนิติฐานะของนิติบุคคล เช่น บริษัทจำกัด กระทรวง สมาคม องค์การ ฯลฯ กรุณาอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในข้อ 3) เนื่องจากชื่อโดเมนจะถูกใช้เป็นเครื่องมือในการชี้ไปยัง Website ดังนั้นจึงไม่สามารถตั้งชื่อซ้ำกันได้ (ThaiCompany.net และ ThaiCompany.com ถือว่าเป็นคนละชื่อกัน เนื่องจากจดอยู่ภายใต้ลักษณะการประกอบการที่ต่างกัน แม้ว่าในทางปฏิบัติอาจประกอบการในลักษณะเดียวกัน เนื่องจากยังไม่มีกฎหมายหรือข้อบังคับใดๆ ควบคุม)Domain Name ทำงานอย่างไร ในเครือข่ายอินเตอร์เน็ต จะใช้กลุ่มตัวเลข 4 กลุ่มที่คั่นด้วยจุด (ตัวเลขในแต่ละกลุ่มจะมีค่าได้ตั้งแต่ 0-255) เช่น 203.33.192.255 หรือที่รู้จักกันในชื่อของ IP Address ในการระบุตำแหน่งของ Website ต่างๆ เพื่อให้รู้ว่าอยู่บนเครื่องใดและอยู่ในเครือข่ายใด แต่เนื่องจาก IP Address อยู่ในรูปของตัวเลขซึ่งยากแก่การจดจำดังนั้นจึงเป็นการสะดวกกว่าที่จะใช้ชื่อหรือกลุ่มของตัวอักษร ซึ่งก็คือ Domain Name ในการอ้างอิงแทน โดยจะอาศัย DNS Server มาช่วยจับคู่ IP Address และ Domain name เข้าด้วยกัน ดังนั้นเมื่อมีผู้ต้องการที่จะเรียกดู Website ของท่าน ไม่ว่าจะทราบ IP Address หรือ Domain name เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็จะสามารถเข้าถึงได้โดยไม่ผิดพลาด